ล่าสุด
31 ตุลาคม 2569

ปราจีนบุรีเดือด! ชาวบ้านรวมพลังจี้ประกาศเขตควบคุมมลพิษ หลังพบคราบสารเคมีน้ำสีรุ้ง หวั่นขยะอิเล็กทรอนิกส์กระทบชุมชน

ปราจีนบุรีเดือด! ชาวบ้านรวมพลังจี้ประกาศเขตควบคุมมลพิษ หลังพบคราบสารเคมีน้ำสีรุ้ง หวั่นขยะอิเล็กทรอนิกส์กระทบชุมชน

ปราจีนบุรีเดือด! ชาวบ้านรวมพลังจี้ประกาศเขตควบคุมมลพิษ หลังพบคราบสารเคมีน้ำสีรุ้ง หวั่นขยะอิเล็กทรอนิกส์กระทบชุมชน

 

 

เกษตรกรเลี้ยงปลากระชังเกือบ 100 ราย ร่วมเวทีสะท้อนปัญหา วอนรัฐเร่งเยียวยา หลังปลาพร้อมจับขายแต่ขายไม่ได้ กระชังเสียหายช่องละแสนบาท หนี้สินพุ่งเกือบ 4 ล้านบาท ขณะที่เงินเยียวยารายละ 31,200 บาท ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ล่าสุดบางรายเริ่มทดลองปล่อยลูกปลาทับทิม แต่ยังพบปลาทยอยตาย ด้านตัวแทนเกษตรกรเตรียมรวบรวมหลักฐานแจ้งความ หวังเร่งหาสาเหตุและผู้รับผิดชอบ

สถานการณ์ปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีกำลังเป็นที่จับตา หลังมีการตรวจพบคราบสารเคมีและปรากฏการณ์น้ำสีรุ้งปนเปื้อนในแหล่งน้ำธรรมชาติ ขณะเดียวกันยังมีประเด็นการลักลอบนำเข้า จัดเก็บ และคัดแยกกากขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างผิดกฎหมาย สร้างความกังวลต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร รวมถึงสุขภาพและวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่

 

ล่าสุด วันที่ 31 ตุลาคม 2569 เครือข่ายภาคประชาชนและชุมชนผู้ได้รับผลกระทบ เปิดเวทีรับฟังเสียงสะท้อนจากชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนโดยตรง เพื่อถ่ายทอดปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งด้านสุขภาพ การปนเปื้อนในแหล่งน้ำ และผลกระทบต่อภาคการเกษตร รวมถึงปัญหาที่ยังรอการแก้ไขจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

พร้อมกันนี้ ยังเปิดจุดลงชื่อสนับสนุนการผลักดันให้จังหวัดปราจีนบุรีได้รับการประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษ เพื่อรวบรวมรายชื่อร่วมกับประชาชนทั่วประเทศ เป็นอีกหนึ่งกลไกในการผลักดันให้เกิดมาตรการควบคุมและแก้ไขปัญหามลพิษอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม

 

สำหรับกิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้น ณ ศาลาวัดหาดสะแก ตำบลท่างาม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี โดยมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมเกือบ 100 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงปลากระชัง ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาคุณภาพน้ำและสถานการณ์น้ำเสียที่กำลังเป็นข่าวในขณะนี้

 

เกษตรกรวอนรัฐเร่งเยียวยา ขออาชีพกลับคืน

 

เสียงสะท้อนจากประชาชนในเวทีส่วนใหญ่เรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งดำเนินการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชัง ซึ่งประกอบอาชีพนี้มานานกว่า 30 ปี และถือเป็นอาชีพหลักที่ใช้เลี้ยงดูครอบครัว

 

ขณะนี้เกษตรกรจำนวนมากไม่สามารถกลับมาประกอบอาชีพได้ตามปกติ เนื่องจากยังมีข้อกังวลเรื่องคุณภาพน้ำ โดยผู้จำหน่ายลูกพันธุ์ปลาที่ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ ยืนยันว่าในขณะนี้ยังไม่สามารถนำปลามาเลี้ยงได้

แม้ในอนาคตจะสามารถกลับมาเลี้ยงปลาได้ แต่เกษตรกรยังต้องเผชิญกับคำถามสำคัญว่าจะสามารถนำปลาไปจำหน่ายให้ใครได้บ้าง หลังจากกระทรวงสาธารณสุขมีประกาศเตือนเกี่ยวกับการใช้น้ำหรือสัมผัสน้ำในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

 

รัฐบาลกำหนดเยียวยารายละ 31,200 บาท แต่ยังรอเงินช่วยเหลือ

 

สำหรับมาตรการเยียวยาเบื้องต้นจากรัฐบาล มีการกำหนดเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบรายละ 31,200 บาท อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้กระบวนการดำเนินการยังไม่แล้วเสร็จ ทำให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนยังคงต้องรอความช่วยเหลือ ท่ามกลางภาระค่าใช้จ่ายและหนี้สินที่เกิดขึ้นจากการหยุดประกอบอาชีพ

 

โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชัง ซึ่งยังไม่สามารถกลับมาเลี้ยงปลาได้ตามปกติ ขณะที่ยังมีภาระหนี้สินจากลูกพันธุ์ปลาและอาหารปลา รวมถึงอาหารปลาที่อยู่ในสต๊อกและเสี่ยงต่อการเสียหาย หากไม่สามารถนำมาใช้ได้ทันเวลา

 

ปลาพร้อมจับขาย แต่ขายไม่ได้ ความเสียหายกระชังละแสนบาท

 

จากการสอบถามเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีมูลค่ามหาศาล เนื่องจากปลาที่เลี้ยงไว้กำลังจะถึงช่วงจับขาย โดยเป็นปลาขนาดใหญ่ที่สามารถจำหน่ายได้แล้ว แต่สถานการณ์น้ำท่วมทำให้การเข้าออกพื้นที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก พ่อค้าแม่ค้าไม่สามารถเข้ามาซื้อปลาได้ ขณะที่เกษตรกรก็ไม่สามารถนำปลาออกไปจำหน่ายได้เช่นกัน

 

เกษตรกรรายดังกล่าวระบุว่า ความเสียหายต่อกระชังปลาแต่ละช่องมีมูลค่าประมาณ 1 แสนบาท หากมีทั้งหมด 20 กระชัง คิดเป็นความเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท ขณะนี้ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้เลย อีกทั้งยังมีภาระหนี้สินกับร้านอาหารที่รับซื้อปลาเกือบ 4 ล้านบาท ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อไป 

แม้จะต้องการกลับมาประกอบอาชีพเลี้ยงปลา แต่ยังมีความกังวลเรื่องคุณภาพน้ำ เนื่องจากน้ำยังมีลักษณะเป็นตะกอน โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ายังไม่สามารถนำลูกปลาลงเลี้ยงได้ ขณะที่ประตูน้ำบางไผ่ยังเปิดระบายน้ำได้ไม่เต็มที่ และสภาพน้ำยังมีสีแดง

 

เกษตรกรรายนี้จึงอยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำ รวมถึงเร่งดำเนินการเปิดทางระบายน้ำ เพื่อให้เกษตรกรสามารถกลับมาเลี้ยงปลาได้อีกครั้ง เนื่องจากปลาที่เลี้ยงไว้เป็นแหล่งส่งต่อให้พ่อค้าแม่ค้าที่นำไปประกอบอาชีพขายปลาเผา หากเกษตรกรไม่สามารถเลี้ยงปลาได้ ก็จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพต่อเนื่องกันเป็นวงกว้าง

 

เกษตรกรเผยสูญเสียตั้งแต่วันที่ 10 วอนรัฐแก้ปัญหาต้นตอ พร้อมฟื้นฟูดินและน้ำ

 

ขณะที่นายนรงค์ ดวงตาล อายุ 44 ปี กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางมาร่วมเวทีเพื่อเรียกร้องการดูแลและเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงปลา รวมถึงประชาชนชาวปราจีนบุรีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว

 

โดยตนต้องเผชิญกับความสูญเสียมาตั้งแต่วันที่ 10 จนถึงปัจจุบัน ไม่สามารถดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติ ปลาที่เลี้ยงไว้ก็ไม่เหลือ ขณะที่ต้องการนำลูกปลาลงเลี้ยงใหม่ก็ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเมื่อตรวจสอบสภาพน้ำแล้วพบว่ายังไม่เหมาะสมต่อการเลี้ยงปลา

 

นอกจากนี้ ยังมีภาระค่าใช้จ่ายและหนี้สินที่เกิดจากบริษัทที่นำลูกพันธุ์ปลาและอาหารปลามาส่งให้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถชำระได้ ทำให้การดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพเป็นไปด้วยความยากลำบาก

 

นายนรงค์กล่าวว่า อยากให้ภาครัฐลงมาช่วยเหลืออย่างจริงจัง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ ซึ่งตนมองว่าเกี่ยวข้องกับขยะสารพิษ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานภาคอุตสาหกรรมเข้ามามีส่วนรับผิดชอบและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหายในจังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดฉะเชิงเทรา

 

ทั้งนี้ การฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาเป็นปกติอาจต้องใช้เวลานานเป็นปี จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำและฟื้นฟูพื้นที่อย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกษตรกรสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้อีกครั้ง

 

นายนรงค์ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้เกษตรกรยังมีหนี้สินที่ต้องชำระจากการกู้ยืมเงินมาลงทุนประกอบอาชีพ โดยตนเองต้องนำรถยนต์และที่ดินไปจำนองจนหมดแล้ว จึงอยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือทั้งการฟื้นฟูดินและน้ำ รวมถึงการเยียวยาความเสียหาย เพื่อให้ชาวบ้านมีอาชีพ มีรายได้ และสามารถเดินหน้าต่อไปได้

 

ตัวแทนเกษตรกรเผยปลาตายตั้งแต่ 11-12 ต.ค. ยังไร้คำตอบ วอนรัฐเร่งหาสาเหตุและผู้รับผิดชอบ

 

นายวิศวัสต์ สังขวิลัย อายุ 41 ปี ตัวแทนกลุ่มผู้เลี้ยงปลาประมง เปิดเผยว่า ปัญหาปลาตายจากแม่น้ำปราจีนบุรีเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 11-12 ตุลาคมที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ผ่านมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เกษตรกรยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนถึงสาเหตุที่ทำให้ปลาตายยกกระชัง

 

นายวิศวัสต์กล่าวว่า โดยปกติในช่วงฤดูกาลนี้จะเป็นช่วงเก็บเกี่ยวข้าวและมีการปล่อยน้ำจากนาข้าวลงสู่แม่น้ำ ซึ่งอาจทำให้มีน้ำที่มีลักษณะเน่าเสียจากหญ้าหรือวัชพืช แต่ค่าออกซิเจนในน้ำโดยทั่วไปจะไม่ลดต่ำถึงศูนย์ โดยปกติจะอยู่ประมาณ 2.5-3.5 แต่ครั้งนี้เมื่อระดับน้ำลดลงกลับพบว่าปลาตายเป็นจำนวนมาก

 

แม้เวลาจะผ่านมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เกษตรกรยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของการตายของปลา ขณะที่กรมควบคุมมลพิษมีประกาศเตือนเกี่ยวกับการบริโภคสัตว์น้ำและการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค ยิ่งสร้างความกังวลให้กับกลุ่มผู้เลี้ยงปลากระชังที่ประกอบอาชีพอยู่ในพื้นที่

 

นายวิศวัสต์กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือความเสียหายที่เกิดกับเกษตรกร ใครจะเข้ามาช่วยรับผิดชอบหรือเยียวยา เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบถึงขั้นทำให้เกษตรกรบางรายสูญเสียอาชีพ และยังไม่รู้ว่าจะสามารถกลับมาเลี้ยงปลาได้อีกเมื่อใด

 

นอกจากนี้ ยังไม่มีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาตรวจสอบและประกาศอย่างชัดเจนว่า คุณภาพน้ำในพื้นที่มีความปลอดภัยเพียงพอที่จะกลับมาเลี้ยงปลาได้หรือไม่ หากพบว่ามีสารปนเปื้อนจริง เกษตรกรจะต้องรออีกนานเท่าใดจึงจะสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้

 

รวมกลุ่มหาทางออก หลังเงินเยียวยาไม่สอดคล้องกับความเสียหาย

 

นายวิศวัสต์กล่าวอีกว่า เกษตรกรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ขณะที่เงินเยียวยาจากรัฐบาลซึ่งคำนวณตามพื้นที่ตารางเมตรนั้น ยังไม่สอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง โดยเกษตรกรแต่ละรายมีความเสียหายตั้งแต่หลักแสนบาทไปจนถึงหลักหลายล้านบาท

 

ด้วยเหตุนี้ กลุ่มผู้เลี้ยงปลากระชังจึงรวมตัวกันเพื่อหาข้อสรุปและแนวทางช่วยเหลือกันว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร โดยขณะนี้กลุ่มปราจีนเข้มแข็งเข้ามาช่วยประสานงานและวางแผนดำเนินการเป็นขั้นตอน รวมถึงการจัดทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรวบรวมมูลค่าความเสียหายของกลุ่มผู้เลี้ยงปลาให้ได้มากที่สุด

 

สำหรับสิ่งที่เกษตรกรต้องการในขณะนี้ มี 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

 

1. ต้องการทราบสาเหตุที่แท้จริงของปลาตาย รวมถึงความเชื่อมโยงกับแหล่งกำเนิดมลพิษ ไม่ว่าจะเป็นบ่อขยะ สารปนเปื้อน หรือการลักลอบปล่อยน้ำเสียจากภาคอุตสาหกรรม ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าปัญหาปลาตายเกิดจากสาเหตุใด

 

2. ต้องการทราบว่าจะสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้เมื่อใด เนื่องจากเกษตรกรขาดรายได้มาเป็นระยะเวลานาน และยังไม่มีหน่วยงานใดออกมาประกาศอย่างชัดเจนว่าคุณภาพน้ำปลอดภัยเพียงพอสำหรับการเลี้ยงปลาแล้วหรือไม่

 

นายวิศวัสต์ยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านคุณภาพน้ำ เร่งตรวจสอบที่มาที่ไปของปัญหาและสรุปผลให้เร็วที่สุด

 

โดยไม่ต้องการให้คำตอบเพียงว่าปลาตายเกิดจากค่าออกซิเจนในน้ำต่ำ แต่ต้องตรวจสอบต่อไปว่าค่าออกซิเจนต่ำเกิดจากอะไร มีความเชื่อมโยงกับสารปนเปื้อนหรือแหล่งกำเนิดมลพิษใด และใครเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

***นายวิศวัสต์กล่าวว่า หากปัญหานี้กลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง เกษตรกรคงไม่สามารถรับมือกับความเสียหายได้อีก และหากมีสารปนเปื้อนในแหล่งน้ำจริง ก็อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง รวมถึงแหล่งน้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคด้วย

 

เตรียมรวบรวมหลักฐานแจ้งความ หวังเร่งหาสาเหตุและผู้กระทำผิด

***เบื้องต้น กลุ่มผู้เลี้ยงปลากระชังเตรียมนัดรวมตัวกันรวบรวมข้อมูลและหลักฐานความเสียหายทั้งหมด ทั้งภาพถ่ายปลาตายยกกระชัง ข้อมูลการลงทุน ต้นทุนการเลี้ยงปลา และมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปลงบันทึกประจำวันหรือแจ้งความไว้ในพื้นที่ท้องที่ของตนเอง

การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบหาสาเหตุของการตายของปลา รวมถึงหาผู้ที่อาจต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเกษตรกร

 

ผู้สื่อข่าวสำรวจแม่น้ำปราจีนบุรี พบสีน้ำดำลดลง แต่ยังไม่กลับสู่สภาพเดิม

***จากการลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์คุณภาพน้ำเพิ่มเติมของผู้สื่อข่าว บริเวณแม่น้ำปราจีนบุรี บ้านหาดสะแก ซึ่งเป็นจุดที่กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังเคยประสบปัญหาปลาตายยกกระชัง พบว่าเบื้องต้นลักษณะของน้ำมีความดำลดลงเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่กลับคืนสู่สภาพเดิม

ขณะที่ก่อนหน้านี้บริเวณดังกล่าวจะมีปลาจำนวนมากขึ้นมารออาหารบริเวณกระชังปลา แต่จากการสำรวจล่าสุดพบว่า ปลาที่เคยขึ้นมารออาหารกลับไม่ปรากฏให้เห็นอีกเลย สร้างความกังวลให้กับเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพน้ำและระบบนิเวศในแม่น้ำปราจีนบุรี

***เริ่มทดลองปล่อยลูกปลาทับทิม แต่ยังพบปลาทยอยตาย

 

ขณะเดียวกัน เบื้องต้นพบว่ามีเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังบางรายเริ่มทดลองปล่อยลูกพันธุ์ปลาทับทิมลงเลี้ยงในกระชังแล้วจำนวนหนึ่ง หลังจากต้องหยุดประกอบอาชีพจากสถานการณ์ปัญหาคุณภาพน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรี

 

อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตการณ์ของผู้สื่อข่าวในพื้นที่ ยังพบว่าปลาที่นำมาปล่อยลงเลี้ยงเริ่มทยอยตาย แม้จำนวนจะยังไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง